head-bantaladkwai-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านตลาดควาย(ประชานุกูล)
วันที่ 27 กันยายน 2021 7:02 AM
head-bantaladkwai-min
โรงเรียนบ้านตลาดควาย(ประชานุกูล)
หน้าหลัก » นานาสาระ » ตาอักเสบ หรือจอประสาทเสียและอาการบวมน้ำควรรักษาอย่างไร

ตาอักเสบ หรือจอประสาทเสียและอาการบวมน้ำควรรักษาอย่างไร

อัพเดทวันที่ 4 กันยายน 2021

ตาอักเสบ  หรือ จอประสาทตา การบำบัดด้วยอาหารสำหรับจอประสาทตา สามารถใช้ตับหมู 100 ถึง 200 กรัม วิธีการทำคือ ล้างตับหมูก่อนแล้วจึงเติมน้ำต้มให้เดือด ซึ่งสามารถบำรุงตัว และไตเพิ่มการมองเห็น ช่วยปรับการมองเห็น ทำให้เลือดดีขึ้น ใช้ผลเบอร์รี่ 15 กรัม อินทผลัม 6 ลูก ไข่ 2 ฟอง วิธีการทำคือ ปรุงไข่ก่อน จากนั้นแกะเปลือกออก แล้วปรุงด้วยอินทผลัมและผลเบอร์รี่ สามารถปรับปรุงสายตาได้

ตาอักเสบ

 

ใช้ตับแกะ 60 กรัม ต้นหอม 2 ต้น ข้าว 100 กรัม วิธีการทำคือ ขั้นแรกล้างตับแกะ จากนั้นหั่นตับแกะเป็นชิ้นๆ แล้วหั่นหัวหอมใหญ่ แล้วทอดในน้ำมันสักครู่ แล้วต้มข้าวด้วยน้ำจนข้าวเปื่อย แล้วปรุงตับแกะที่เพิ่งหั่นใหม่กับข้าว ซึ่งสามารถบำรุงตับ ช่วยปรับปรุงสายตา และช่วยในการรักษาความเสื่อมของจอประสาทตา ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน

การแก้จอประสาทตาเสื่อม ในชีวิตประจำวันสามารถกินอาหารที่มีลูทีนมากขึ้น เพื่อรักษาอาการบวมน้ำที่จุดภาพชัดเช่น แหล่งที่มาของลูทีนเอสเทอร์ ได้แก่ ผักโขม ผักกาดหอม บรอคโคลี่ กะหล่ำปลี ขึ้นฉ่าย กระเจี๊ยบ ไข่แดง แครอท ข้าวโพ ด ฟักทอง มะละกอ แตงกวา ฝรั่ง ส้ม พีช ซึ่งแหล่งที่มาของซีแซนทีนได้แก่ พริกและวูลฟ์เบอร์รี่

การรักษาอาการบวมน้ำของจอประสาทตา ความแตกต่างของการฝังเข็ม ควรตระหนักถึงการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อลดภาระทางเศรษฐกิจของผู้ป่วย และประหยัดเวลาสำหรับผู้ป่วย สารต้านอนุมูลอิสระ ผู้ป่วยสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีวิตามินซีและวิตามินอีในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถป้องกันความเสียหายของเซลล์ ปกป้องเซลล์การมองเห็น เพราะทำหน้าที่เป็นสารอาหารสำหรับเนื้อเยื่อเรตินอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำเลเซอร์รักษา การอักเสบ ส่วนใหญ่ใช้ความร้อนที่เกิดจากเลเซอร์ในการทำลาย ความผิดปกติของเนื้อเยื่อจอประสาทตา การรักษาด้วยเลเซอร์ สามารถปิดหลอดเลือดใหม่ที่มีอยู่ แต่ไม่สามารถป้องกันการสร้างหลอดเลือดใหม่ได้ เป็นการรักษาตามอาการ จอประสาทตาบวมน้ำเป็นเวลานาน ซึ่งจะทำให้ตาบอดหรือไม่

เมื่อคนเป็นจอประสาทตา ซึ่งจะมองเห็นได้ลดลง นอกจากนี้ หากโรคไม่ได้รับการรักษาทันเวลา ผู้ป่วยก็จะมีอาการบวมน้ำด้วย แต่ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลเรื่องโอกาสของตาบอด เนื่องจากจอประสาทตาบวมมีขนาดเล็กมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะไม่ได้รับการรักษาอีกต่อไป เมื่อพบว่า มีอาการเหล่านี้จะต้องไปโรงพยาบาลตรวจโดยเร็วที่สุด

เมื่อคนกำลังถูกตรวจสอบ ส่วนใหญ่จะมีวิธีการตรวจสอบดังต่อไปนี้ จอประสาทตาบวมอาจเกิดจากโรคบางชนิดเช่น โรคเบาหวานและโรคตาอื่นๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการทดสอบการคัดแยกโรคเดิมก่อนการตรวจ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงกว่านั้น จำเป็นต้องมีการตรวจ โดยหลักๆ เพื่อดูว่า ผู้ป่วยมีรูครึ่งความหนาหรือรูเต็มความหนาหรือไม่ เมื่อตรวจพบว่า จอประสาทตาบวมน้ำแล้ว ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด

สาเหตุของอาการบวมน้ำที่จอประสาทตา อาการบวมน้ำที่จุดภาพหมายถึง ปฏิกิริยาการอักเสบในบริเวณจุดภาพชัดของจอตาที่ไวต่อแสง การซึมผ่านของของเหลว อาการบวมน้ำ และการสูญเสียการมองเห็นอย่างรุนแรงที่สุด หลังจากค้นพบความเจ็บป่วยแล้ว ให้หลีกเลี่ยงอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ควรไปโรงพยาบาลประจำเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด

มิฉะนั้น จอประสาทตาบวมน้ำ ไม่เพียงแต่ทำให้ขอบเขตการมองเห็นแคบลง การโค้งงอ และการเสียรูปของสิ่งต่างๆ ยังทำให้ตาบอดถาวร ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับความเสียหายอย่างมาก ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แพทย์กล่าวว่า จอประสาทตา เกิดจากความล้มเหลวของร่างกายในวัยชรา การขาดสารในไตและการขาดม้าม ส่งผลให้สูญเสียการบำรุง และขาดพลังงาน

เนื่องจากการขาดเลือดชะงักงันของเลือด และของเหลวในร่างกายอยู่นอกช่องทางปกติ ซึ่งจะนำไปสู่อาการตกเลือดและอาการบวมน้ำ ซึ่งเป็นโรคตาเรื้อรังทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการสูงวัยในวัยชรา ตับและไตบกพร่อง ทำให้ม้ามอ่อนคือ ราก พยาธิวิทยา มีความสัมพันธ์กับความร้อนของเลือด ตาอักเสบ รวมถึงความชื้นของน้ำ

การอักเสบ  ดังนั้นการรักษาจึงมักขึ้นอยู่กับการบำรุงตับและไต ควรระบายความร้อนเพื่อหยุดภาวะชะงักงันของเลือด ช่วยขจัดความชื้น มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต และขจัดภาวะชะงักงันของเลือดเป็นมาตรฐาน โดยสาเหตุของอาการบวมน้ำที่อวัยวะ สามารถรักษาอาการจอประสาทตาเสื่อม ตามสาเหตุของอาการบวมน้ำที่อวัยวะ ตาอักเสบ

 

อ่านบทควาที่น่าสนใจต่อได้ที่  อาการปวดไหล่ สาเหตุหลักเกิดมาจากอะไรอธิบายข้อมูลได้ดังนี้

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4