head-bantaladkwai-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านตลาดควาย(ประชานุกูล)
วันที่ 17 มิถุนายน 2021 4:11 PM
head-bantaladkwai-min
โรงเรียนบ้านตลาดควาย(ประชานุกูล)
หน้าหลัก » นานาสาระ » กรดโฟลิก และ แคลเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างไร

กรดโฟลิก และ แคลเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างไร

อัพเดทวันที่ 20 พฤษภาคม 2021

กรดโฟลิก
กรดโฟลิก และ แคลเซียม คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน ควรได้รับคำแนะนำให้รับประทาน กรดโฟลิก และแคลเซียมในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ยังมีธาตุอาหารเหล็กอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมักถูกมองข้ามไป อันตรายของการขาดธาตุเหล็กในระหว่างตั้งครรภ์ การบริโภคธาตุเหล็กไม่เพียงพอในระหว่างตั้งครรภ์ อาจนำไปสู่การขาดธาตุเหล็ก หรือภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์ และทารก

โรคโลหิตจางที่ไม่รุนแรง จะไม่ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ แต่ภาวะโลหิตจางที่รุนแรง จะมีผลที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ ภาวะโลหิตจางในการตั้งครรภ์ สามารถเพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง ที่เกิดจากการตั้งครรภ์ การแตกของเยื่อหุ้มเซลล์ก่อนกำหนด การติดเชื้อในครรภ์ และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด สำหรับทารกในครรภ์ ทารกแรกเกิด สามารถเพิ่มข้อจำกัดในการเจริญเติบโต ของทารกในครรภ์ ภาวะขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์ น้ำคร่ำลดลง

การคลอด และการคลอดก่อนกำหนด ภาวะขาดอากาศหายใจในทารกแรกเกิด โรคสมองขาดเลือดในทารกแรกเกิด เมื่อการกักเก็บธาตุเหล็กของมารดาหมดลง การกักเก็บธาตุเหล็กของทารกในครรภ์ก็จะลดลงเช่นกัน และการเสริมธาตุเหล็กสามารถเพิ่มการกักเก็บธาตุเหล็กของมารดาได้ ทำไมการขาดธาตุเหล็ก จึงเกิดขึ้นได้ง่ายในระหว่างตั้งครรภ์ หลังจากตั้งครรภ์ คุณแม่จะต้องมีปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับก่อนตั้งครรภ์ พวกเขาจะต้องการธาตุเหล็กมากกว่าคนทั่วไป เพื่อสังเคราะห์ฮีโมโกลบิน เพื่อเพิ่มปริมาณเลือด นอกจากนี้สตรีมีครรภ์ยังต้องสำรองธาตุเหล็กไว้ให้ทารกในครรภ์เป็นเวลา 1-4เดือนหลังคลอด และความต้องการธาตุเหล็กก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

ควรเสริมธาตุเหล็กอย่างไร เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก แนวทางการบริโภคอาหาร แนะนำเป็นพิเศษว่า ผู้หญิงในช่วงตั้งครรภ์ตอนต้น ตอนกลาง และตอนปลาย ต้องกินธาตุเหล็ก 20มก. 24มก. และ29มก.ต่อวันตามลำดับ มักจะให้ความสนใจกับความสมดุล และโภชนาการของอาหาร ให้ความสนใจกับความหลากหลายของอาหาร ธาตุเหล็กในอาหารแบ่งออกเป็นเหล็กฮีม และเหล็กที่ไม่ใช่ฮีม

ฮีมธาตุเหล็กชนิดนี้ มีอยู่ในอาหารสัตว์และดูดซึมได้ง่าย โดยมีอัตราการดูดซึมสูงถึง25% ในเนื้อแดง สัตว์ปีกและปลา เป็นแหล่งของธาตุเหล็กที่ดีที่สุด ธาตุเหล็กที่ไม่ใช่ฮีม มีอยู่ในอาหารจากพืช อาหารเสริม ธาตุเหล็ก และอัตราการดูดซึมส่วนใหญ่ต่ำกว่า10% อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงได้แก่ เลือดสัตว์และตับสัตว์ กินสัปดาห์ละ 1-2ครั้งเช่น เลือดหมู เลือดเป็ด ตับหมู เนื้อแดงไม่ติดมัน กินอาหารกลางมากกว่า 20-50กรัมต่อวัน และช่วงปลายของการตั้งครรภ์ ซึ่งมีขนาดครึ่งฝ่ามือถึงขนาดฝ่ามือ และความหนาเท่ากับความหนาของฝ่ามือในที่นี้หมายถึง ปริมาณเนื้อดิบ

ปริมาณการบริโภคธาตุเหล็กของหญิงตั้งครรภ์จากอาหารที่สมดุล สามารถเข้าถึงปริมาณที่แนะนำได้ แต่การดูดซึมธาตุเหล็กที่ไม่ดี ประกอบกับความต้องการธาตุเหล็กที่เพิ่มขึ้น ในช่วงตั้งครรภ์ช่วงปลาย ทำให้ยากต่อความต้องการ ซึ่งมักนำไปสู่ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ และการขาดธาตุเหล็กในทารกในครรภ์ วิธีการตัดสินว่า หญิงตั้งครรภ์เป็นโรคโลหิตจางหรือไม่ ใช้เกณฑ์การวินิจฉัยที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก

ข้อควรระวัง ในการเสริมธาตุเหล็กสำหรับสตรีมีครรภ์ เมื่อเสริมธาตุเหล็ก ให้กินอาหารที่มีเส้นใยมากขึ้นและดื่มน้ำมากๆ เพื่อลดอาการไม่สบายตัวในระบบทางเดินอาหาร ในขณะเดียวกัน ให้ใส่ใจกับการรับประทานอาหาร ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี รับประทานธาตุเหล็ก ระหว่างมื้ออาหาร ห้ามรับประทานร่วมกับกาแฟหรือนม ในมื้อเดียว คุณสามารถกินอาหาร ที่มีธาตุเหล็กจากสัตว์ในปริมาณเล็กน้อยเช่น เนื้อวัวส่วนเล็กๆ และอาหารที่มีธาตุเหล็กจากพืชในปริมาณที่มากขึ้นเช่น ผักโขม ผลไม้ บีทรูท ตับและมันฝรั่ง ซึ่งสามารถปรับปรุงได้ การดูดซึมธาตุเหล็กของพืช นอกจากนี้ กรดโฟลิก มีส่วนช่วยในการป้องกันความพิการของทารกในครรภ์ ช่วยสร้างเซลล์ประสาทของตัวอ่อนในครรภ์

แคลเซียม มีส่วนช่วยในการเกิดโรคกระดูกพรุนของคุณแม่ได้ เพราะการตั้งครรภ์จะลดแคลเซียมของแม่ไป ดังนั้นควรดื่มนม และทานผักมากๆ หากกรดโฟลิกในร่างกาย ไม่เพียงพอต่อความต้องการ อาจเสี่ยงต่อการขาดกรดโฟลิก กรดโฟลิกไม่สามารถอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน เพราะมันละลายน้ำได้ ด้วยการปัสสาสะออกมา หากไม่ได้รับกรดโฟลิกที่เพียงพอ ก็อาจส่งผลให้ขาดกรดโฟลิกได้ สำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ สิ่งนี้อาจส่งผลให้เกิดความไม่อยากอาหาร ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ใจสั่นและโลหิตจาง

 

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ  L-Theanine ( แอล-ธีอะนีน ) ช่วยกระตุ้นสารสื่อประสาทส่วนกลาง ได้จริงหรือไม่?

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4